| หมวดที่ 1 ความทั่วไป |
| ข้อ1 |
สมาคมนี้มีชื่อว่า สมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ใช้อักษรย่อว่า ส.ก.ส. เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า ASSOCIATION OF PROVIDENT FUND ใช้อักษรย่อว่า A.O.P.
|
| ข้อ2 |
เครื่องหมายของสมาคมมีลักษณ์เป็น รูปต้นโพธิ์ อยู่ในวงกลมสองวงซ้อนกัน มีคำว่า สมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และ ส.ก.ส. อยู่ด้านบนและด้านล่าง ระหว่างวงกลมทั้งสองต้นโพธิ์ หมายถึง สมาคม ใบโพธิ์ หมายถึง กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
รูปของเครื่องหมายสมาคม
|
| ข้อ3 |
สำนักงานของสมาคม ตั้งอยู่เลขที่ 164 ซอยนนทรี 14 (นาคสุวรรณ) แขวงช่องนนทรี
เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร 10120
|
| ข้อ4 |
ในข้อบังคับนี้
- “สมาคม” หมายความถึง สมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
- “กองทุน” หมายความถึง กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ซึ่งจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย
- “คณะกรรมการ” หมายความถึง คณะกรรมการสมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
- “สมาชิก” หมายความถึง กองทุนที่เป็นสมาชิกสมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
|
| ข้อ 5 |
วัตถุประสงค์ของสมาคม เพื่อ
-
5.1 เป็นศูนย์รวมของกองทุน
-
5.2 ส่งเสริมและพัฒนากองทุนให้เจริญก้าวหน้า
-
5.3 ส่งเสริมและพัฒนามาตรฐานการติดตามดูและการบริหารกองทุน
-
5.4 ส่งเสริมและสนับสนุนการออมทรัพย์
-
5.5 ให้ความร่วมมือกับส่วนราชการ องค์การ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกองทุน
-
5.6 ประสานความร่วมมือระหว่างสมาชิก เกี่ยวกับการบริหารกองทุน
-
5.7 เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนข้อมูลและข่าวสารระหว่างสมาชิก
-
5.8 ส่งเสริมการศึกษา และการวิเคราะห์ข้อมูลข่าวสารวิชาการเกี่ยวกับการบริหารกองทุน
-
5.9 ปกป้องและรักษาผลประโยชน์ให้แก่สมาชิก
-
5.10 ส่งเสริมความสามัคคี ความร่วมมือและพัฒนาการด้านต่าง ๆ ระหว่างสมาชิก
-
5.11 ส่งเสริมวัฒนธรรมอันดีงามแก่สมาชิก
-
5.12 บำเพ็ญสาธารณประโยชน์และกระทำกิจการอื่นใดที่จำเป็นและสมควร
|
| หมวดที่ 2 สมาชิก |
| ข้อ 6 |
สมาชิก ได้แก่
- 6.1 กองทุนนายจ้างเดียว (Single Fund)
- 6.2 กองทุนที่อยู่ในกองทุนในเครือนายจ้างเดียว (Group Fund)
- 6.3 กองทุนที่อยู่ในกองทุนหลายนายจ้าง (Pool Fund)
|
| ข้อ 7 |
ให้กองทุนที่ประสงค์จะสมัครเข้าเป็นสมาชิก ยื่นหนังสือแสดงความจำนงต่อสมาคมและให้เลขาธิการนำเสนอที่ประชุมคณะกรรมการเพื่อพิจารณาแล้วให้เลขาธิการแจ้งกองทุนนั้นทราบ
|
| ข้อ 8 |
เมื่อคณะกรรมการอนุมัติรับกองทุนเข้าเป็นสมาชิกกองทุนนั้น ต้องชำระค่าลงทะเบียนสมาชิกแรกเข้า และค่าบำรุงสมาคม ให้เสร็จสิ้นภายในสามสินวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากเลขาธิการ หากกองทุนไม่ชำระค่าลงทะเบียนสมาชิกแรกเข้าและค่าบำรุงภายในกำหนด ให้ถือว่าการสมัครคราวนั้น เป็นอันยกเลิก
|
| ข้อ 9 |
ค่าลงทะเบียนสมาชิกแรกเข้า และค่าบำรุงสมาชิกสมาคมรายปีให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการกำหนด และไม่ว่ากองทุนนั้นจะได้ชำระค่าบำรุงรายปีเมื่อใดในระหว่างปี ให้มีผลเป็นค่าบำรุงเพียงสิ้นปีบัญชีนั้น สมาชิกจะต้องชำระค่าบำรุงเป็นรายปี ภายในวันที่ 31 มกราคมของแต่ละปี เมื่อสมาชิกพ้นจากสมาชิกภาพไม่ว่าขณะใดและด้วยเหตุใดก็ตาม ไม่มีสิทธิได้รับคืนค่าลงทะเบียนสมาชิกแรกเข้าและหรือค่าบำรุงรายปี ทุกจำนวนที่สมาชิกได้ชำระให้แก่สมาคมไปแล้ว
|
| ข้อ 10 |
สมาชิกพ้นจากสมาชิกภาพ ในกรณีดังต่อไปนี้
- 10.1 ลาออก โดยยื่นเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการ
- 10.2 กองทุนเลิก
- 10.3 ไม่ชำระค่าบำรุงรายปีตามข้อ 9 และคณะกรรมการมีมติให้ออก
- 10.4 ประชุมใหญ่มีมติให้พ้นจากสมาชิกภาพ ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวน
สมาชิกที่มาประชุม
|
| ข้อ 11 |
สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก
- 11.1 มีสิทธิเข้าใช้สถานที่ของสมาคมโดยเท่าเทียมกัน
- 11.2 มีสิทธิเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินงานของสมาคม
- 11.3 มีสิทธิได้รับสวัสดิการต่าง ๆ ที่สมาคมจัดขึ้น
- 11.4 มีสิทธิแต่งตั้งผู้แทนไม่เกินสองคน เข้าร่วมประชุมใหญ่
- 11.5 มีสิทธิเลือกตั้ง หรือเข้ารับการเลือกตั้งเป็นกรรมการสมาคม และมีสิทธิออกเสียงลงมติต่าง ๆ ในที่ประชุมใหญ่ กองทุนละหนึ่งเสียง
- 11.6 มีสิทธิเข้าตรวจสอบเอกสารและบัญชีทรัพย์สินของสมาคมในเวลาทำการ
- 11.7 มีสิทธิเข้าชื่อร่วมกันอย่างน้อยหนึ่งในห้าของสมาชิกทั้งหมด ร้องขอต่อคณะกรรมการให้จัด
ประชุมใหญ่วิสามัญเพื่อพิจารณาเรื่องใด ๆ ได้
- 11.8 มีหน้าที่ปฏิบัติตามข้อบังคับ ระเบียบ และมติของสมาคมโดยเคร่งครัด
- 11.9 มีหน้าที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินกิจการต่าง ๆ ของสมาคม
- 11.10 มีหน้าที่ร่วมกิจกรรมที่สมาคมจัดขึ้น
- 11.11 มีหน้าที่ช่วยเผยแพร่ชื่อเสียงของสมาคมให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย
|
| หมวดที่ 3 การดำเนินกิจการสมาคม |
| ข้อ 12 |
ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง ทำหน้าที่บริหารกิจการของสมาคม มีจำนวนอย่างน้อยเก้าคน แต่ไม่เกินยี่สิบเอ็ดคน คณะกรรมการนี้ได้มาจากการเลือกตั้งของที่ประชุมใหญ่สมาคม และให้ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งกันเองเป็น นายกสมาคมหนึ่งคน อุปนายกสมาคมจำนวนหนึ่ง และกรรมการตำแหน่งอื่น ๆ ตามที่กำหนด
คณะกรรมการอาจแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิได้ไม่เกินสามคน แต่เมื่อรวมกรรมการทั้งคณะจะต้องไม่เกินยี่สิบเอ็ดคน
คณะกรรมการอาจแต่งตั้งอดีตประธาน รองประธาน หรือกรรมการสมาคม ที่ได้เคยอุทิศตนทำคุณประโยชน์อย่างยิ่งแก่สมาคม ให้เป็นประธาน รองประธาน หรือกรรมการ “กิตติมศักดิ์” ตลาดชีพได้
ให้นำรายชื่อและตำแหน่งของคณะกรรมการไปจดทะเบียนกับทางราชการ ภายในสามสินวันนับแต่วันประชุมใหญ่
|
| ข้อ 13 |
คณะกรรมการมีตำแหน่งและหน้าที่ ดังต่อไปนี้
- 13.1 นายกสมาคม เป็นหัวหน้าคณะบริหารกิจการของสมาคม เป็นผู้แทนสมาคมในการติดต่อกับ
บุคคลภายนอก และทำหน้าที่ประธานในการประชุมคณะกรรมการและการประชุมใหญ่
- 13.2 อุปนายกสมาคม เป็นผู้ช่วยนายกสมาคมในการบริหารกิจการสมาคม ปฏิบัติหน้าที่ตามที่นายก
สมาคมมอบหมาย และทำหน้าที่แทนนายกสมาคมเมื่อนายกสมาคมไม่อยู่ หรือไม่สามารถจะปฏิบัติหน้าที่ได้ การทำหน้าที่แทนนายกสมาคมให้อุปนายกตามลำดับตำแหน่งเป็นผู้กระทำการแทน
- 13.3 เลขาธิการ ทำหน้าที่เรียกประชุมคณะกรรมการและการประชุมใหญ่ เป็นเลขานุการในการประชุมต่าง ๆ ควบคุมดูแลสำนักงานและเจ้าหน้าที่ และปฏิบัติงานตามมติของคณะกรรมการ
- 13.4 หรัญญิก ทำหน้าที่เกี่ยวกับการเงิน จัดทำบัญชีรายรับรายจ่าย บัญชีงบดุล และเก็บรักษาเอกสารการเงินต่าง ๆ ของสมาคม
- 13.5 ปฏิคม ทำหน้าที่ให้การต้อนรับแขกของสมาคม จัดเตรียมสถานที่เพื่อการประชุมต่างๆ ของสมาคม
- 13.6 นายทะเบียน ทำหน้าที่เกี่ยวกับทะเบียนสมาชิก และประสานงานกับเหรัญญิกเพื่อเรียกเก็บเงินค่าบำรุงสมาคม
- 13.7 ประชาสัมพันธ์ ทำหน้าที่เผยแพร่ข่าวสาร กิจกรรม และชื่อเสียงเกียรติคุณของสมาคม
- 13.8 ตำแหน่งอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการเห็นสมควรกำหนดให้มีขึ้น โดยมีจำนวนเมื่อรวมกับ
ตำแหน่งกรรมการข้างต้นแล้วจะต้องไม่เกินจำนวนคณะกรรมการที่กำหนดไว้ แต่ถ้าคณะกรรมการมิได้กำหนดตำแหน่งให้ถือว่าเป็น กรรมการกลาง
|
| ข้อ 14 |
ให้คณะกรรมการอยู่ในตำแหน่งคราวละสองปี เมื่อควบวาระแล้วให้รักษาการต่อไปจนกว่าคณะกรรมการชุดใหม่จะได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการแล้ว ให้มีการส่งและรับมอบงานกันระหว่างคณะกรรมการชุดเก่าและชุดใหม่ ให้เสร็จสิ้นภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่คณะกรรมการชุดใหม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียน
|
| ข้อ 15 |
หากตำแหน่งกรรมการว่างลงก่อนครบวาระ ให้คณะกรรมการจัดการเลือกตั้งผู้แทนสมาชิกขึ้นดำรงตำแหน่งแทน ในคราวประชุมใหญ่สามัญประจำปีครั้งต่อไป เว้นแต่คณะกรรมการที่เหลืออยู่มีจำนวนน้อยกว่าสองในสามของคณะกรรมการทั้งหมด ให้คณะกรรมการจัดการประชุมใหญ่วิสามัญ เพื่อเลือกตั้งกรรมการขึ้นดำรงตำแหน่งแทนทันที โดยให้ผู้ดำรงตำแหน่งแทน อยู่ในตำแหน่งได้เท่ากับเวลาที่เหลือของผู้ที่ตนแทนเท่านั้น และต้องนำรายชื่อไปจดทะเบียนการเปลี่ยนแปลงกรรมการและหรือตำแหน่ง กับทางราชการภายในสามสิบวัน นับแต่วันประชุมใหญ่
|
| ข้อ 16 |
กรรมการพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
16.1 ตาย
16.2 ลาออก โดยยื่นเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการ
16.3 ครบวาระ
16.4 สมาชิกแจ้งถอดถอนชื่อจากการเป็นผู้แทนของสมาชิก
16.5 กองทุนที่ตนสังกัดพันจากสมาชิกภาพ
16.6 ที่ประชุมใหญ่มีมติถอดถอนด้วยคะแนนเสียงสองในสามของจำนวนสมาชิกที่มาประชุม
16.7 ต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดให้เป็นบุคคลล้มละลายหรือต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้รับโทษ
จำคุกในคดีอาญา เว้นแต่เป็นโทษจากความผิดโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ |
| ข้อ 17 |
คณะกรรมการมีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้
17.1 มีอำนาจออกระเบียบ ประกาศต่าง ๆ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สมาคม คณะกรรมการและสมาชิกปฏิบัติ โดยระเบียบหรือประกาศนั้นจะต้องไม่ขัดกับข้อบังคับนี้
17.2 มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการในตำแหน่งอื่นๆ ที่ยังมิได้กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้
17.3 มีอำนาจแต่งตั้งที่ปรึกษาหรืออนุกรรมการ โดยที่ปรึกษาหรืออนุกรรมการจะอยู่ใน
ตำแหน่งได้ไม่เกินวาระของคณะกรรมการที่เป็นผู้แต่งตั้ง
17.4 มีอำนาจเรียกประชุมใหญ่สามัญประจำปี และประชุมใหญ่วิสามัญ
17.5 มีอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนเจ้าหน้าที่ของสมาคม
17.6 มีหน้าที่จัดการประชุมใหญ่วิสามัญ ตามที่สมาชิกจำนวนหนึ่งในห้าของสมาชิกทั้งหมดเข้าชื่อร้องขอ
ภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือ
17.7 มีหน้าที่จัดทำและเก็บรักษาบันทึกการประชุม เอกสารหลักฐานต่างๆ รวมทั้งที่เกี่ยวกับการเงินและทรัพย์สิน เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานและสามารถให้สมาชิกตรวจดูได้เมื่อมีการร้องขอ
17.8 มีหน้าที่บริหารกิจการของสมาคมให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ตลอดจนมีอำนาจกระทำการอื่นๆ ตามข้อบังคับ และหรือกระทำการตามมติที่ประชุมใหญ่
17.9 มีหน้าที่รับผิดชอบในกิจการทั้งปวง รวมทั้งการเงินและทรัพย์สินของสมาคม
|
| ข้อ 18 |
คณะกรรมการจะต้องประชุมกันอย่างน้อยทุกสามเดือน เพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับการบริหารกิจการสมาคม โดยจะต้องมีกรรมการเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของกรรมการทั้งหมด และต้องมีกรรมการหลักเข้าร่วมประชุมทุกครั้ง
ได้แก่ นายกสมาคมฯ และเลขาธิการสมาคมฯ จึงจะถือว่าครบองค์ประชุม
หากนายกสมาคมฯ หรือเลขาธิการสมาคมฯ เข้าประชุมไม่ได้ก็สามารถมอบหมาย อุปนายกสมาคมฯ หรือรองเลขาธิการ
สมาคมฯ หรือกรรมการท่านอื่นทำหน้าที่แทนได้ หากกรรมการท่านใดท่านหนึ่งขาดการประชุมติดต่อกันสามครั้ง โดยไม่มี
เหตุอันควร ให้ถือว่าสิ้นสุดความเป็นกรรมการสมาคมฯ ทันที
มติของที่ประชุมคณะกรรมการข้อบังคับมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นให้ถือคะแนนเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ แต่ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในการประชุมเป็นผู้ชี้ขาด
|
| ข้อ 19 |
ในการประชุมคณะกรรมการ ถ้านายกสมาคมและอุปนายกสมาคมไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่
สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการที่เข้าประชุมในคราวนั้นเลือกตั้งกันเองเป็นประธานหนึ่งคน ทำหน้าที่ประธานในการ
ประชุมคราวนั้น
|
| หมวดที่ 4 การประชุมใหญ่ |
| ข้อ 20 |
- การประชุมใหญ่ของสมาคม มี 2 ประเภท คือ
20.1 ประชุมใหญ่สามัญประจำปี
20.2 ประชุมใหญ่วิสามัญ
|
| ข้อ 21 |
คณะกรรมการจะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ปีละหนึ่งครั้งภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันสิ้น
รอบปีบัญชีของสมาคม
|
| ข้อ 22 |
การประชุมใหญ่วิสามัญ อาจมีขึ้นได้โดยเหตุที่คณะกรรมการเห็นควรจัดให้มีขึ้น หรือเกิดขึ้นจากการเข้าชื่อร่วมกันของสมาชิกไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของสมาชิกทั้งหมด
|
| ข้อ 23 |
เลขาธิการเป็นผู้แจ้งกำหนดนัดประชุมใหญ่ให้สมาชิกทราบเป็นลายลักษณ์อักษร ระบุวาระการประชุม วันเวลา
และสถานที่ให้ชัดเจน ล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน และติดประกาศแจ้งกำหนดนัดประชุมไว้ ณ สำนักงานของสมาคมเป็นเวลา
ไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน ก่อนถึงกำหนดการประชุมใหญ่ด้วย |
| ข้อ 24 |
การประชุมใหญ่สามัญประจำปี จะต้องมีวาระการประชุมอย่างน้อยดังต่อไปนี้
24.1 รายงานผลการดำเนินงานในรอบปีที่ผ่านมา
24.2 รายงานสถานะการเงิน และงบดุลของปีที่ผ่านมา
24.3 เลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ เมื่อถึงกำหนดวาระ
24.4 แต่งตั้งผู้สอบบัญชี
24.5 เรื่องอื่นๆ ถ้ามี
|
| ข้อ 25 |
ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี หรือการประชุมใหญ่วิสามัญ จะต้องมีสมาชิกเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าหนึ่งในสี่
ของสมาชิกทั้งหมด หรือไม่น้อยว่า 50 กองทุนสมาชิก แล้วแต่จำนวนใดถึงก่อน จึงจะถือว่าครบองค์ประชุม ให้คณะกรรมการเรียกประชุมใหญ่อีกครั้งหนึ่งภายในสิบสี่วันนับแต่วันประชุมครั้งแรกสำหรับการประชุมครั้งหลังนี้ สมาชิกเข้าร่วมประชุมเป็นจำนวนเท่าใดให้ถือว่า ครบองค์ประชุม ยกเว้นเป็นการประชุมใหญ่วิสามัญที่เกิดจากการร้องขอของสมาชิกให้ถือว่าการประชุมเป็นอันยกเลิก
|
| ข้อ 26 |
การลงมติต่าง ๆ ในที่ประชุมใหญ่ ถ้าข้อบังคับมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นให้ถือคะแนนเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ แต่ถ้าคะแนนเสียงที่ลงมติมีจำนวนเท่ากัน ให้ประธานในการประชุมเป็นผู้ชี้ขาด
การลงมติเรื่องใดๆ ให้กระทำโดยเปิดเผย ยกเว้นเรื่องที่สมาชิกไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าที่อยู่ในที่ประชุมขอให้ลงมติ
เป็นการลับ จึงให้กระทำได้
|
| ข้อ 27 |
ในการประชุมใหญ่ ถ้านายกสมาคมและอุปนายกสมาคมไม่มาร่วมประชุม หรือไม่สามารถเข้าปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งกรรมการที่มาร่วมประชุมคนใดคนหนึ่งทำหน้าที่ประธานการประชุมคราวนั้น
|
| หมวดที่ 5 การเงินการบัญชี |
| ข้อ 28 |
เงินของสมาคมจะต้องนำฝากไว้ ณ ธนาคารพาณิชย์และหรือสถาบันการเงินที่คณะกรรมการ
กำหนด ในนามของสมาคม
|
| ข้อ 29 |
การถอนเงินหรือสั่งจ่ายเช็คจากบัญชีเงินฝากของสมาคม ให้ผู้ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมหรืออุปนายก
สมาคม ลงนามร่วมกับเหรัญญิกหรือเลขาธิการ หรือกรรมการที่ได้รับมอบหมาย พร้อมกับประทับตราของสมาคม ตาม
ระเบียบว่าด้วยการเงินของสมาคม
|
| ข้อ 30 |
การสั่งจ่ายเงินสมาคม ให้เป็นไปตามระเบียบว่าด้วยการเงินของสมาคม
|
| ข้อ 31 |
ให้เหรัญญิกและเจ้าหน้าที่ มีอำนาจเก็บรักษาเงินสดเพื่อสำรองจ่ายในกิจการของสมาคม ตาม
ระเบียบว่าด้วยการเงินของสมาคม
|
| ข้อ 32 |
รอบปีบัญชีของสมาคม เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึงวันที่ 31 ธันวาคม |
| ข้อ 33 |
ให้คณะกรรมการจัดทำงบดุลปีละครั้ง ส่่งมอบให้ผู้สอบบัญชีไม่เกินเดือนกุมภาพันธ์ของปีถัดไปและผู้สอบบัญชี
จะต้องตรวจให้แล้วเสร็จก่อนวันประชุมใหญ่่สามัญประจำปีไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน
|
| ข้อ 34 |
ผู้สอบบัญชีที่ได้รับแต่งตั้งจากที่ประชุมใหญ่ประจำปี มีอำนาจเข้าตรวจสอบสมุดบัญชีและ
บรรดาเอกสารการเงินต่าง ๆ ของสมาคม และมีสิทธิสอบถามกรรมการตลอดจนเจ้าหน้าที่ของสมาคมทุกคน ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบัญชีและเอกสารดังกล่าว ผู้สอบบัญชีจะต้องมิใช่กรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของสมาคม และจะต้อง
เป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
บรรดาสมุดบัญชีและเอกสารการเงินของสมาคมจะต้องเก็บรักษาไว้ ณ สำนักงานของสมาคม
|
| หมวดที่ 6 การแก้ไขข้อบังคับและการเลิกสมาคม |
| ข้อ 35 |
ข้อบังคับของสมาคมจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้โดยมติของที่ประชุมใหญ่เท่านั้น และจะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของสมาชิกที่เข้าร่วมประชุม
|
| ข้อ 36 |
สมาคมจะเลิกได้โดยมติของที่ประชุมใหญ่ และจะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของสมาชิก
ที่เข้าร่วมประชุม ยกเว้นเป็นการเลิกเพราะเหตุของกฎหมาย
|
| ข้อ 37 |
เมื่อสมาคมต้องเลิกไปตามข้อ 36 ให้ที่ประชุมใหญ่คราวนั้นลงมติแต่งตั้งผู้ชำระบัญชีเสียด้วย และให้โอนทรัพย์สินของสมาคมที่เหลือจากการชำระบัญชีให้แก่สถาบันการกุศลที่เห็นสมควร |